3.บทที่ 1 ธรรมชาติและวิวัฒนาการเทคโนโลยี

อ่าน 71 | ตอบ 0

วิวัฒนาการเทคโนโลยี

 
วิวัฒนาการของเทคโนโลยี
ความหมายของวิวัฒนาการ
§  วิวัฒนาการ (Evolution) หมายถึง การพัฒนาอย่างมีระบบตามธรรมชาติ และตามผลการทบของสิ่งแวดล้อมในสภาวะนั้นๆ วิวัฒนาการต้องใช้เวลา ไม่มีทางลัด ตัวแปรของวิวัฒนาการ คือ สิ่งแวดล้อม
§  วิวัฒนาการ (Evolution) เป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงหรือคลี่คลายไปสู่สิ่งที่ดีขึ้นหรือเจริญขึ้น เป็นเปลี่ยนแปลงในทางชีววิทยาจากสิ่งที่ง่าย ๆ ไปสู่สิ่งที่ยุ่งยากซับซ้อนมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้จะต้องเปลี่ยน ในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป และต้องใช้เวลานาน        
  • สรุปได้ว่าวิวัฒนาการ เป็นการพัฒนาอย่างเป็นระบบ  ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเผชิญกับสภาวะวิกฤต  ทำให้ต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง  เพื่อทำได้ดีขึ้น ซึ่งมีด้วยกันหลายด้านเช่น วิวัฒนาการของเทคโนโลยี  วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต
  • เทคโนโลยี  เป็นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่จัดระบบของความรู้นำไปสู่การปฏิบัติและนำไปสู่การแก้ไขปัญหา
  • วิวัฒนาการของเทคโนโลยี  ก็คือการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างเป็นระบบไปในทางที่ดีขึ้น
วิวัฒนาการทางเทคโนโลยี
1.วิวัฒนาการทางเทคโนโลยีด้านการแพทย์
2.วิวัฒนาการทางเทคโนโลยีเกษตรกรรม
3.วิวัฒนาการทางเทคโนโลยีวิศวกรรม
1.วิวัฒนาการทางเทคโนโลยีด้านการแพทย์
                                ทุกสังคมของมนุษย์ความรู้เกี่ยวกับการรักษาโรคเริ่มมีมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ การรักษาโรคเริ่มแรกตั้งแต่ก่อนประวัติศาสตร์พบในประเทศอียิปต์
                                สมัยอาณาจักรเก่าของอียิปต์             บันทึกที่เขียนลงบนกระดาษพาไพรัส (เป็นกระดาษที่เก่าแก่ที่สุดของอียิปต์) ที่เก่าแก่ที่สุดมีอายุประมาณ 2000 ปีก่อนศริสศักราชที่ได้กล่าวถึงการรักษาโรคสตรี และโรคเด็ก
                                สมัยโบราณ คือ ฮิปโปรเครตีส (hippocretes) เอมพรีโดคริส(Empedocles 490-430ก่อนศริสศักราช มีการตั้งโรงเรียนแพทย์ขึ้นที่เกาะคอส (Cos)
                ฮิปโปรเครตีส (460-377 ก่อนศริสศักราช :        ตำราชุดเกี่ยวกับการรักษาและงานวิจัยทางการแพทย์ (hippocretes collection)
§  อริสโตเติล ( 384-322 ก่อนคริสศักราช) ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงเจริญ    สุงสุดของโรมัน
§  ประมาณ ค.ศ. 20 มีตำราทางการแพทย์ชื่อ De Medicine เกิดขึ้นที่โรม เขียนโดย เซลซัส (Celsus)
§  กาเลน (Galen) แพทย์ชาวกรีกผู้โด่งดังในกรุงโรมได้ทดลองทางสรีระศาสตร์ เขายอมรับวิธีการสอนทางการแพทย์ของฮิปโปรเครตีสและเอมพิโดครีส ในช่วงสมัยกลางจนถึงยุคRenaissance
§  สู่ยุโรป ต่อมายุโรปได้กลายเป็นศูนย์กลางของความรู้ปละการค้นพบของเทคโนโลยีทางการแพทย์และสาธารณสุข
  • จากการวางรากฐานโดยการนำเอาวิธีการทางวิทยาศาสตร์เข้ามาในการศึกษาทางการแพทย์ของแพทย์ในอดีต ได้นำไปสู่การศึกษาค้นคว้าที่ลงลึก และซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ประจวบเหมาะกับเทคโนโลยีด้านอื่นๆ ได้ช่วยสร้างเครื่องมือและสิ่งประดิษฐ์ที่เข้ามาช่วยในการอธิบายสิ่งที่ค้นพบมีน้ำหนักหน้าเชื่อถืออันเนื่องจากหลักฐาน ที่เห็นชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคของวิทยาศาสตร์และการปฏิวัติอุตสาหกรรมเมื่อเกือบ 300 ปีที่ผ่านมา             
  • วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางการแพทย์และสาธารณสุขเกิดขึ้นจากการที่มนุษย์มีปัญหาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ คือ การเจ็บป่วย และโรคระบาด เป็นแรงผลัดดันให้มนุษย์ต้องพยายามต่อสู้เพื่อความอยู่รอด ยิ่งปัญหามากขึ้นเท่าไรแรงผลักดันที่จะต่อสู้ค้นหาวิธีการก็มากขึ้นเท่านั้น เราจะเห็นได้ว่ามนุษย์ได้มีความพยายามมาเรื่อยๆ
ตัวอย่างเช่น
ผู้ป่วยโรคกระดูกและข้อเสื่อม                               
                                *การให้ยา
                                *การทำกายภาพบำบัด
                                *การฉีดยาเข้าไขสันหลัง
                                *การฉีดน้ำไขข้อเทียม
                                *การผ่าตัดโดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์นำวิถี การผ่าตัดกระดูก และข้อด้วยวิธีการส่องกล้อง
                                *การผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเทียมด้วยระบบคอมพิวเตอร์นำวิถี
 
เลสิก ความก้าวหน้าของวิทยาการทางการแพทย์
                                ในสมัยก่อน เมื่อเราพบว่ามีสายตาผิดปกติ
                                *สวมแว่นสายตาเพื่อแก้ไขความผิดปกติของสายตา
                                *คิดค้นและผลิต คอนแทคเลนส์ ขึ้นมา
                                *นำแสงเลเซอร์มาใช้แก้ไขความผิดปกติของสายตาได้ ทั้งสายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง
2.วิวัฒนาการเทคโนโลยีเกษตรกรรม
     เทคโนโลยีกับการพัฒนาด้านการเกษตร ใช้เทคโนโลยีในการเพิ่มผลผลิต ปรับปรุงพันธุ์ เป็นต้น เทคโนโลยีมีบทบาทในการพัฒนาอย่างมาก แต่ทั้งนี้การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาจะต้องศึกษาปัจจัยแวดล้อมหลายด้าน เช่น ทรัพยากรสิ่งแวดล้อม ความเสมอภาคในโอกาสและการแข่งขันทางเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้เกิดความ ผสมกลมกลืนต่อการพัฒนาประเทศชาติและส่วนอื่นๆอีกมาก   
1.ก่อนสมัยสุโขทัย
§  วิวัฒนาการด้านการปลูกข้าวนั้น มีการค้นพบข้าวป่าที่เจียงสี ประเทศจีนและขยายสู่เอเชียอาคเนย์ ส่วนในประเทศไทยพบแกลบข้าวที่โนนนกทา
2.เทคโนโลยีการเกษตรสมัยสุโขทัย
§  เทคโนโลยีการเกษตรมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เป็นเทคโนโลยีที่เกิดจากภูมิปัญญาชาวบ้าน ได้แก่ ระบบเหมืองฝาย ซึ่งมีแก่ฝาย (นายฝาย) เป็นหัวหน้าดูแลระบบเหมืองฝายทั้งหมด
3. เทคโนโลยีการเกษตรสมัยอยุธยา
§  ภาคกลางเป็นที่ราบลุ่มใช้ในการเพาะปลูกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศขณะนั้น ในทุกปีเกิดปัญหาน้ำล้นตลิ่งและชาวนาจึงคิดค้นพันธุ์ข้าวลอยที่โตตามน้ำ
4. เทคโนโลยีการเกษตรสมัยกรุงธนบุรีถึงกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น (พ.ศ.2310-2397)
§  ลักษณะเด่นของการผลิตทางการเกษตรในช่วงนี้คือ มีการปลูกพืชเศรษฐกิจ เช่น อ้อย ยาสูบ พริกไทย กาแฟ และผัก โดยมีการใช้ปุ๋ยชีวภาพในการปลูกพืช
 
 
5.  เทคโนโลยีการเกษตรหลังสนธิสัญญาเบาริ่ง ถึงสิ้นรัชกาลที่ 5
§  การเปลี่ยนแปลงทางการเกษตรคือมีการทดลองใช้เทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ประเภทเครื่องจักรกลการเกษตรในประเทศไทยครั้งแรก ในสมัย ร.5 สามารถสรุปได้ดังนี้
§  กรรมสิทธิ์ในที่ดิน
§   ชาวนาถูกขูดรีดมากเกินไป
§   ปัจจัยด้านประชากรและโรคระบาด
§   ปัจจัยด้านการขนส่ง
§   ปัจจัยด้านการค้า                                
§   นโยบายของรัฐ   
  • กล่าวคือ ใน พ.ศ. 2423 กัปตันฮิก ชาวอังกฤษได้นำเอา   รถไถมาใช้ไถไร่อ้อยมาใช้ในเมืองไทยครั้งแรก
  • พ.ศ. 2448 หมอฮันส์ อดัมเซน ได้ใช้เครื่องจักรไอน้ำไถ     นา ในช่วงเดียวกันบริษัทกสิกรสยามได้นำเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซินและปิโตรเลียมมาไถนา
  • พ.ศ. 2450 นายยัวเกนเซน นำรถไถนามาทดลองใช้ แต่มี น้ำหนักมากเกินไปจึงไม่เป็นที่นิยม
3.วิวัฒนาทางเทคโนโลยีวิศวกรรม
    พัฒนาการทางด้านเทคโนโลยีในช่วง 100 ปีที่ผ่านมาได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีทางด้าน คอมพิวเตอร์ เมื่อ 50 ปีที่แล้วมา มีคอมพิวเตอร์ขึ้นใช้งาน ต่อมาเกิดระบบสื่อสารโทรคมนาคมสมัยใหม่เกิดขึ้นมากมาย และมีแนวโน้มการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เราสามารถแบ่งพัฒนาการคอมพิวเตอร์จากอดีตสู่ปัจจุบัน สามารถแบ่งเป็นยุคก่อนการใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิคส์ และยุคที่เครื่องคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิคส์
 
 
 
 
 
 
คอมพิวเตอร์ยุคแรก
    อยู่ระหว่างปี พ.ศ. 2488 ถึง พ.ศ. 2501 เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้หลอดสุญญากาศซึ่งใช้กำลังไฟฟ้าสูง เช่น มาร์ค วัน (MARK I), อีนิแอค (ENIAC), ยูนิแวค (UNIVAC
มาร์ค วัน
อีนิแอค
ยูนิแวค
 
 
คอมพิวเตอร์ยุคที่สอง
  • คอมพิวเตอร์ยุคที่สอง อยู่ระหว่างปี พ.ศ. 2502 ถึง พ.ศ. 2506 เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้ทรานซิสเตอร์ โดยมีแกนเฟอร์ไรท์เป็นหน่วยความจำ มีอุปกรณ์เก็บข้อมูลสำรองในรูปของสื่อบันทึกแม่เหล็ก เช่น จานแม่เหล็ก ส่วนทางด้านซอฟต์แวร์ก็มีการพัฒนาดีขึ้น โดยสามารถเขียนโปรแกรมด้วยภาษาระดับสูงซึ่งเป็นภาษาที่เขียนเป็นประโยคที่คนสามารถเข้าใจได้ เช่น ภาษาฟอร์แทน ภาษาโคบอล เป็นต้น ภาษาระดับสูงนี้ได้มีการพัฒนาและใช้งานมาจนถึงปัจจุบัน
คอมพิวเตอร์ยุคที่สาม
  • คอมพิวเตอร์ยุคที่สาม อยู่ระหว่างปี พ.ศ. 2507 ถึง พ.ศ. 2512 เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้วงจรรวม (Integrated Circuit : IC) โดยวงจรรวมแต่ละตัวจะมีทรานซิสเตอร์บรรจุอยู่ภายในมากมายทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์จะออกแบบซับซ้อนมากขึ้น และสามารถสร้างเป็นโปรแกรมย่อย ๆ ในการกำหนดชุดคำสั่งต่าง ๆ ทางด้านซอฟต์แวร์ก็มีระบบควบคุมที่มีความสามารถสูงทั้งในรูประบบแบ่งเวลาการทำงานให้กับงานหลาย ๆ อย่าง
คอมพิวเตอร์ยุคที่สี่
  • คอมพิวเตอร์ยุคที่สี่ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2513 จนถึงปัจจุบัน เป็นยุคของคอมพิวเตอร์ที่ใช้วงจรรวมความจุสูงมาก(Very Large Scale Integration : VLSI) เช่น ไมโครโพรเซสเซอร์ที่บรรจุทรานซิสเตอร์นับหมื่นนับแสนตัว ทำให้ขนาดเครื่องคอมพิวเตอร์มีขนาดเล็กลงสามารถตั้งบนโต๊ะในสำนักงานหรือพกพาเหมือนกระเป๋าหิ้วไปในที่ต่าง ๆ ได้ ขณะเดียวกันระบบซอฟต์แวร์ก็ได้พัฒนาขีดความสามารถสูงขึ้นมาก มีโปรแกรมสำเร็จให้เลือกใช้กันมากทำให้เกิดความสะดวกในการใช้งานอย่างกว้างขวาง
คอมพิวเตอร์ยุคที่ห้า
  • คอมพิวเตอร์ยุคที่ห้า เป็นคอมพิวเตอร์ที่มนุษย์พยายามนำมาเพื่อช่วยในการตัดสินใจและแก้ปัญหาให้ดียิ่งขึ้น โดยจะมีการเก็บความรอบรู้ต่าง ๆ เข้าไว้ในเครื่อง สามารถเรียกค้นและดึงความรู้ที่สะสมไว้มาใช้งานให้เป็นประโยชน์ คอมพิวเตอร์ยุคนี้เป็นผลจากวิชาการด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) ประเทศต่างๆ ทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และประเทศในทวีปยุโรปกำลังสนใจค้นคว้าและพัฒนาทางด้านนี้กันอย่างจริงจัง
     
ความคิดเห็นของผู้เข้าชม
ชื่อผู้แสดงความคิดเห็น :
สถานะ : รหัสผ่าน :
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง :
รหัสความปลอดภัย :